กรรมแก้อย่างไร

มีคนจำนวนมากมักจะถามวิธีแก้กรรม... หรือพยายามดิ้นรนหาอาจารย์แก้กรรมให้ ซึ่งความจริงการแก้กรรมต่างๆนั้น คนอื่นไม่สามารถที่จะแก้ให้ใครได้เพราะกรรมใครก็กรรมมัน... แต่คนส่วนมากชอบของสำเร็จรูปไม่ชอบปรุงเอง มัวแต่วิ่งหาอาจารย์ต่างๆ แก้เคราะห์แก้กรรมให้... หากอาจารย์คนนั้นรับปากจะทำให้(จะเรียกเงินเรียกทองเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ยินดีควักให้) พิธีนี้เรียกว่า “ทำให้จิตผ่อนคลายเพราะจิตคิดว่าอาจารย์ได้สะเดาะเคราะห์แก้กรรมให้แล้ว” แต่หารู้ไม่ว่ากรรมยังเกาะอยู่ มีแต่เงินทองที่เสียให้อาจารย์นั้นเบาไปจากกระเป๋าแล้วเท่านั้น... แต่กรรมไม่ได้เบาลงแต่อย่างไร... หากกรรมที่มีอยู่คนอื่นหรืออาจารย์ต่างๆแก้ให้ได้ป่านนี้... มหาเศรษฐีผู้เรืองอำนาจ... คงจะหมดเคราะห์หมดกรรมเข้าบ้านนอนได้แล้ว ไม่ต้องทัวส์เป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนค่ำไหนนอนนั่น รวมทั้งเจ้าพ่อภาคตะวันออกผู้โด่งดัง และอดีตนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปากน้ำคงแก้เคราะห์แก้กรรมไปแล้วแต่ทำไมแต่ละคนจึงเข้าบ้านไม่ได้... ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่อยากให้มีสติคิด

กรรมมีทั้งกรรมในอดีตชาติและกรรมในชาติปัจจุบัน... กรรมในชาติปัจจุบันเราสามารถหลีกได้ด้วยการไม่ก่อกรรมทำชั่ว... ไม่คิดร้ายผู้อื่น... ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร... ไม่คดโกงหรือทรยศใคร... พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเกิดเป็นเวรเป็นกรรมต่อผู้อื่น... พยายามทำในสิ่งที่ดีสิ่งที่เป็นกุศลผลบุญและกุศลผลทานให้สม่ำเสมอ... มีความซื่อสัตย์รู้คุณบิดามารดาครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณ ซื่อตรงต่อหน้าที่และผู้ที่มาใช้บริการ... หมั่นรักษาศีลภาวนา... มีสัจจะมีคุณธรรมและเมตตาธรรม... หากทำได้เพียงเท่านี้กรรมก็จะไม่เกิด กรรมก็จะไม่มี มีแต่เทวดาคุ้มครองตัวเราตลอดไป

ส่วนกรรมในอดีตชาตินั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ซะเลยทีเดียว... เพียงแต่แก้ได้บางเรื่องหรือแก้จากหนักให้เบาลงบ้างเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะแก้กรรมได้ทุกชนิด... การแก้กรรมในอดีตชาตินั้นต้องใช้เวลาและความอดทน ความตั้งใจและจริงใจที่จะทำ... ตัวเราเองแก้เองคือหนทางที่ถูกต้องที่สุดไม่ต้องไปให้หมอดูหรืออาจารย์ไหนแก้กรรมให้... ส่วนมากมีแต่หลอกลวงเกือบทั้งนั้นเชื่อเหอะ ตัวเราหิวข้าวแต่ให้คนอื่นกินแทนแล้วเราจะหายหิวหรือไม่... คนส่วนมากยอมเสียเงิน แต่ไม่ยอมเสียเวลา ความหมายคือยอมเสียเงินทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับบรรดาหมอดูหรืออาจารย์ที่รับแก้กรรมเท่าไหร่เท่ากัน... แต่ไม่ยอมเสียเวลาวันละชั่วโมง – สองชั่วโมง มานั่งสวดมนต์ – ภาวนาแล้วแผ่ให้กับเจ้ากรรมนายเวรด้วยตัวเอง... แต่เวลาไปร้องคาราโอเกะร้องกันได้ทั้งคืน... การหมั่นสวดมนต์ – ภาวนาแล้วแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจะเป็นสายตรงที่สุดและดีที่สุด... เวลาจะไปทำบุญตักบาตร – ทำสังฆทานหรือทำบุญใดๆก็แล้วแต่ ขอให้เอ่ยปากชักชวนเจ้ากรรมนายเวรไปร่วมทำบุญด้วยกันทุกครั้งเจ้ากรรมนายเวรจะพึงพอใจที่สุด เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีร่างเหมือนคน เวลาถวายของพระ เจ้ากรรมนายเวรก็จะได้ร่วมอนุโมทนากับเราด้วย และทุกครั้งหลังจากทำบุญแล้วก็ต้องกรวดน้ำแผ่ให้กับเจ้ากรรมนายเวรและขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายอโหสิกรรมให้กับเราด้วย เจ้ากรรมนายเวรของพวกเราทุกๆคน มีทั้งสัตว์ต่างๆและมนุษย์ในอดีต... การแก้กรรมที่ถูกต้องคือวิธีที่กล่าวมาแล้ว... กรรมของแต่ละคนมีไม่เหมือนกันและมีไม่เท่ากัน ตามที่เรียกกันว่ามีกรรมมากหรือกรรมน้อย... กรรมหนักหรือกรรมเบา... จงอย่าหลงเชื่อ “คนรับแก้กรรม” แต่ให้เชื่อว่ากรรมมีจริง... เพราะฉะนั้นในชาตินี้เราทุกคนยังโชคดีที่เกิดมาเป็น “มนุษย์” ที่ยังมีโอกาสสร้างบุญและลดกรรมขึ้นอยู่ที่ “คุณจะเลือกทำอะไร” ระหว่างการทำบุญ... กับการก่อกรรม... คุณเป็นผู้กำหนดเอง

บุญเราสามารถทำได้ทุกวันเวลา การทำบุญนั้นไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิดแล้วจึงมาทำบุญ เพราะทุกวันนี้เราเกิดอยู่ทุกวันยังหายใจอยู่ทุกวัน เราไม่ได้หายใจปีละครั้ง... การทำบุญไม่ต้องรอให้มีเคราะห์แล้วถึงทำ... ไม่ต้องรอให้หมอดูทักว่ามีเคราะห์แล้วจึงทำ... การทำบุญไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือทุ่มเงินทำบุญ... บุญเกิดจากใจ... บุญเกิดจากเมตตา... บุญเกิดจากศีล... บุญเกิดจากการภาวนาคือสุดยอดของบุญ

บุญ – ทาน... ควรจะมีให้ครบ... จงเป็นผู้ให้... แต่อย่าหวังเป็นผู้รับ อย่าไปหวังจะได้โชคลาภการทำทานควรจะทำด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความปลื้มปิติ... อย่าทำบุญทำทานเพื่อหวังจะได้โชคลาภเป็นการตอบแทน... อย่าทำบุญเพื่อหวังจะให้พระช่วย... “ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน” การไปกราบไหว้พระถ้าพระสงฆ์องค์นั้นมีศีลบริสุทธิ์เราก็ควรจะดีใจที่เราได้กราบสาวกขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า... นับว่าเป็นบุญเป็นที่สุดของชีวิติ ที่ชาตินี้เราได้กราบพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีแล้ว

สามสิ่งที่มนุษย์ผู้ประเสริฐควรจะมีคือ... ทาน... ศีล.... ภาวนา... ผู้ใดมีแก้วทั้งสามประการนี้ท่านเปรียบได้เป็น... อริยบุคคล... ผู้ห่างไกลจากอเวจีทั้งปวง... ขอให้ทุกผู้นามเริ่มทำเริ่มปฏิบัติกันตั้งแต่นี้เป็นต้นไป... เวลาไม่เคยคอยใคร... อย่าให้ลมหายใจเสียไปโดยเปล่าประโยชน์... พุทโธ... พุทโธ... พุทโธ... ภาวนาให้เกิดสมาธิ... จากสมาธิแล้วก็มาสู่กัมมัฏฐาน(กรรมฐาน)... อย่าหลงอยู่กับสมาธิเพียงอย่างเดียว... ให้เพ่งอสุภะเข้าไว้เพราะนั่นคือทางสายเอกหรือทางสายตรงของกัมมัฏฐาน(กรรมฐาน) หากหลงอยู่กับสมาธิมันจะเกิดปิติสุขเพียงอย่างเดียว มันจะไม่สามารถถึงจุดหลุดพ้นได้... บางคนมีความสุขอยู่กับสมาธิจนไม่อยากก้าวข้ามจุดลุ่มหลงที่จิตกำลังเพลินกับความสุขที่ต้องก้าวให้พ้นความหลงจึงไปไม่ถึงนิพพานเป็นที่สุด(ผมเปรียบเหมือนยังเป็นลูกอ๊อดอยู่ หากมีจุดไหนหรือสิ่งใดที่เขียนผิดหรือเข้าใจผิดจากที่เขียนมานี้ ผมต้องขอกราบขอขมาครูบาอาจารย์และผู้รู้ทั้งหลายมา ณ ที่นี้ด้วย และขอความเมตตาช่วยชี้แนะสั่งสอนผมด้วยครับ)

ด้วยความเคารพ

หมอนิด(กิจจา  ทวีกุลกิจ)

8 พ.ย. 53

บทสรุปที่นำลงมาให้อ่านในวันนี้ก็เพราะว่าทุกๆปีที่ผมเขียนคำทำนายดวงของผู้ที่เกิดปีชวด – ปีกุน เสร็จผมก็จะมีบทสรุปต่อท้าย แล้วตามด้วยพิธีสะเดาะเคราะห์ของหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา... แต่หลายๆคนสนใจอ่านแต่คำทำนายปีเกิดของตัวเอง จบแล้วก็ไม่อ่านบทสรุป และพิธีสะเดาะเคราะห์ ด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปให้หมอดูหลอกทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้เสียเงิน วันนี้ผมจึงนำมาลงให้อ่านก่อน ใครสนใจก็ปริ๊นเก็บไว้

บทสรุป

                ตามที่ท่านได้อ่านคำทำนายดวงปีเกิดตั้งแต่ท่านที่เกิดปีชวดถึงปีกุนมาแล้วนั้นจะสังเกตุได้ว่าผู้เขียนจะเน้นเรื่องดิถีธาตุเป็นสำคัญถึงแม้ว่าท่านที่เกิดปีจอจะถูกโฉลกกับปีเถาะในปีนี้ก็ตามหากท่านมีดิถีธาตุเป็นอริหรือธาตุถูกทำลายก็ไม่นับว่าดี เพราะฉะนั้นดิถีธาตุจึงสำคัญยิ่งต่อทุกคน ตามตำราโหราศาสตร์จีนนี้จะต้องดูวันเกิดของแต่ละท่านถึงจะรู้ว่าท่านมีดิถีธาตุอะไร มีหลายคนไม่รู้ก็คิดว่าเกิดปีเดียวกันธาตุต้องเหมือนกันหรือคิดว่าคนที่เกิดวันจันทร์ต้องเป็นธาตุนั้นธาตุนี้ซึ่งไม่ถูกต้องหากท่านรู้ดิถีธาตุประจำตัวแล้วคำทำนายนี้จะแม่นยำมากที่สุดหรือใกล้เคียงที่สุด ผู้เขียนต้องทำความเข้าใจอีกสักนิดว่าถึงแม้ธาตุจะเหมือนกันก็ต้องดูเดือนเกิดและเวลาเกิดเป็นองค์ประกอบด้วยเพราะในฐานดวงของแต่ละท่านจะมีดิถีธาตุเดือนธาตุเวลาต่างกันออกไปอีก ผู้เขียนจะเตือนให้ท่านที่เกิดปีระกาซึ่งเป็นปีชงกับปีนี้ให้ระวังเป็นพิเศษและท่านที่มีดิถีธาตุดิน ธาตุไม้ก็ต้องระวังเช่นกันไม่ว่าจะเกิดปีอะไรก็ตามเพราะปีเถาะพ.ศ 2554 นี้มีดิถีบนเป็นธาตุทองจะมาทำลายผู้ที่มีดิถีธาตุไม้ส่วนดิถีล่างในปีนี้เป็นธาตุไม้ก็จะมาทำลายท่านที่มีดิถีธาตุดินทั้งท่านที่มีดิถีธาตุไม้และธาตุดินจึงควรจะระวังไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุ เรื่องธุรกิจการงาน เรื่องการเงินและความรักแม้แต่ในเรื่องสุขภาพก็ต้องระวังเหมือนกันผู้เขียนจึงขอแนะนำท่านที่เกิดปีระกาและท่านที่มีดิถีธาตุดินหรือธาตุไม้ ไปบริจาคโลหิตที่สภากาชาดหรือจะไปบริจาคโลหิตที่ ร.พ พระมงกุฎ (ตึกพยาธิ) หลังจากบริจาคโลหิตเสร็จแล้วขอให้นำเสื้อผ้าเก่าที่ใช้แล้วไปให้กับคนยากไร้หากบริจาคโลงศพด้วยก็จะดียิ่ง แต่ถ้าท่านใดที่บริจาคโลหิตไม่ได้ก็ไปทำสังฆทานและเอาเสื้อผ้าเก่าที่ใช้แล้วไปให้ทานก็ได้เหมือนกันส่วนท่านจะทำบุญอย่างอื่นเพิ่มก็ได้ทั้งนั้นปีนี้ขอให้มุ่ง ทำบุญ ทานเอาไว้บ่อยๆ ก็จะบรรเทาเคราะห์จากหนักเป็นเบาได้ ยิ่งถ้าท่านสวดมนต์และทำสมาธิอยู่เสมอจะเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านอื่นๆหรือท่านที่มีดิถีธาตุอื่นๆ จะทำแบบที่ผู้เขียนแนะนำมานี้ก็จะเป็นการเสริมบุญเสริมบารมีของท่านด้วย การทำบุญไม่ควรรอให้มีเคราะห์แล้วจึงมาทำ ทุกๆท่านควรจะหมั่นทำบุญทำทานเอาไว้ตลอดเวลาเหมือนกับเรามีอาหารบุญตุนอยู่ตลอดเราจะไม่อดบุญ ท่านจะไปปล่อยปลาตามวิธีการสะเดาะเคราะห์ของหลวงปู่ทองวัดราชโยธาก็ได้ผู้เขียนมีไว้ให้ดูและทำตามในท้ายของบทสรุปนี้และผู้เขียนไม่แนะนำให้ปล่อยเต่า เพราะบางครั้งคนขายนำเอาเต่านามาขายเต่านาจะอยู่ในน้ำลึกไม่ได้ ความจริงเต่าทุกชนิดไม่ควรปล่อยเพราะเต่าต้องขึ้นมาบนบกเพื่อหายใจและพักผ่อน ปลาหลายชนิดก็ไม่ควรที่จะนำไปปล่อยตามแม่น้ำเจ้าพระยา ควรจะนำไปปล่อยตามบ่อตามคลองหรือสะต่างๆเช่นสวนหลวงร.9 หรือสวนลุมพินีเป็นต้น การซื้อปลาที่ถูกวิธีคือไปซื้อตามตลาดที่แม่ค้ากำลังจะทุบหัวหรือฆ่าจะเป็นการช่วยชีวิตสัตว์ที่แท้จริง บางท่านพอจะมีฐานะก็อยากให้ไปซื้อวัวหรือควายตามโรงฆ่าสัตว์มาปล่อยจะได้กุศลแรงมาก หากทำคนเดียวไม่ไหวก็ร่วมกันกับเพื่อนกับญาติพี่น้องซื้อวัวหรือควายก็ได้ผู้เขียนไม่แนะนำการไปทำบุญปล่อยชีวิตโคกระบือตามวัดเพราะมีหลายวัดมีเจตนาไม่บริสุทธิ์การทำบุญทุกครั้งควรจะเอ่ยปากชวนเจ้ากรรมนายเวรไปทำบุญร่วมกัน เจ้ากรรมนายเวรจะได้ร่วมทำบุญและจะอนุโมทนากับเราทุกครั้งและต้อง กรวดน้ำแผ่ให้เจ้ากรรมนายเวรด้วยทุกครั้งจะดีมากทีเดียว การดูดวงตามดิถีธาตุแบบจีนนี้จะบ่งบอกเรื่องในอดีตปัจจุบันและอนาคตได้อย่างแม่นยำ “ดวง” เกิดจากกรรมในอดีตกรรมดีหรือกรรมชั่วเท่านั้นคนเราทุกคน “เก่งเกินการเก่งได้ เก่งเกินกรรมเก่งไม่ได้ ” คนเราจึงไม่ควรฝืนดวงความเก่งความรู้ความสามารถมีได้ทุกคนแต่ความเฮงมีเฉพาะบางคนเท่านั้น ส่วนมากคนเฮงจะได้บริวารเก่งมาทำงานให้...คนจีนสมัยก่อน ก่อนจะแต่งลูกสะไภ้จะต้องนำวันเดือนปีเกิดของฝ่ายหญิงไปให้ซินแสตรวจดูดวงของคนทั้งคู่ก่อนว่าจะสมพงษ์หรือไม่อยู่กันแล้วจะส่งเสริมคู่ครองหรือไม่หากดวงสมพงษ์กันแล้ว ถึงจะมาคุยเรื่องสินสอดและวันหมั้น หากดวงไปกันไม่ได้ฝ่ายหญิงจะไม่ได้เห็นหน้าฝ่ายชายเลยและส่วนมากฝ่ายชายจะแอบไปดูฝ่ายหญิงก่อนโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ แต่มาสมัยนี้กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงพอเห็นหน้าถ้าพอใจ “ผ้าหลุด” ทันทีบางคนต้องเจ็บช้ำผิดหวังหลายครั้งในเรื่องความรักเพราะความถูกใจแต่ไม่ถูกดวง ปัจจุบันจึงมีสถิติการหย่าร้างมากขึ้นกว่าในสมัยก่อน

ปฎิกริยาของธาตุทั้ง5

ทองให้กำเนิดน้ำ...น้ำให้กำเนิดไม้...ไม้ให้กำเนิดไฟ...ไฟให้กำเนิดดิน...ดินให้กำเนิดทอง.ทองพิฆาตไม้...ไม้พิฆาตดิน...ดินพิฆาตน้ำ...น้ำพิฆาตไฟ...ไฟพิฆาตทอง...ธาตุเดียวกันคือคู่ธาตุ.

ธาตุต่างๆต้องสมพงษ์กันจึงจะส่งเสริมได้ดี และดิธีธาตุยังสามารถบ่งบอกถึงอาชีพที่ถูกโฉลกกับดวงด้วยบางคนทำอาชีพมาหลายอย่างแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่พอมาทำธุระกิจที่ถูกกับดวงแล้วจึงเจริญรุ่งเรืองขึ้นตลอดบางคนพูดว่าลิขิตฟ้าหรือจะสู้คนกระทำคงจะใช้ได้ในบางอย่างเท่านั้นผู้เขียนยังยืนยันว่า “ดวง” สำคัญที่สุดถ้าไม่มีดวงเป็นเจ้าของธุระกิจแล้วต่อให้ขยันทำอย่างไรก็รวยยากหรือไม่รุ่งนั่นเอง.

หมอนิด (กิจจา ทวีกุลกิจ)

ตรวจดวงด้วยญาณ – ตั้งดิธีธาตุ

เลขที่ 23 หมู่บ้านรุ่งกิจวิลล่า 5 ถนนร่มเกล้า ซอย56 แขวงคลองสามเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520

โทร 02-360-8555 โทรสาร 02-3608829 มือถือ 081-621-8735 ,089-107-1888

www.mornid.com

พิธีสะเดาะห์เคราะห์ของหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา (ขั้นตอนที่ 1)  ปล่อยปลาก่อนจะเป็นวันไหนก็ได้

ขั้นตอนที่ 1.  เขียนชื่อ นามสกุล  วัน เดือน ปีเกิดลงบนกระดาษ แผ่นเล็กๆ 12 แผ่นแล้วม้วนทั้ง 12 แผ่น  แล้วไปตลาดหาซื้อปลาไหล  เมื่อเห็นปลาไหลแล้วเพ่งมองปลาไหลแล้วพูดในใจว่า “ปลาไหลข้าจะมาช่วยชีวิตเอ็งนะ”  เสร็จแล้วบอกให้แม่ค้าหยิบปลาให้ 12 ตัวเอาตัวเป็นๆ  ห้ามชี้หรือเลือกเองและห้ามต่อราคา  แล้วเอาชื่อที่เขียนเตรียมไว้แล้วใส่รวมลงในถุงปลาไหล ไปที่ริมน้ำ หรือสระน้ำแล้วพูดว่า “ปลาไหลข้าช่วยชีวิตเอ็งแล้วนะ ขอให้เอ็งหมดเคราะห์หมดภัยด้วย ”  พอพูดจบให้กลั้นใจท่อง “อิติ.อิติ.อิติ ในใจ จะท่องได้กี่คำก็ตามจนสุดกลั้น ให้เทปลาลงน้ำไปพร้อมกับหายใจตามปกติ  จากนั้นให้อธิษฐานต่อพระแม่คงคาแล้วว่า “ข้าแต่แม่พระคงคา จงเป็นพยานให้กับข้าด้วยเถิดว่า บัดนี้ ข้าได้หมดเคราะห์แล้ว  ปลาไหลก็หมดเคราะห์ ปลอดภัยแล้ว”

(ทำทุกๆ 2 เดือนจะดีมากและอย่าไปทานปลาชนิดที่ปล่อยอีก จะปล่อยปลาหมอ ปลาดุก ปลาช่อนก็ได้ ถ้าปล่อยปลาชนิดใดก็เอ่ยชื่อปลาชนิดนั้น ไม่แนะนำให้ปล่อยเต่า และอย่าปล่อยปลาลงแม่น้ำเจ้าพระยา)
เสร็จขั้นตอนที่
1

พิธีสะเดาะเคราะห์ของหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา (ขั้นตอนที่ 2)

ขั้นตอนที่ 2.  เตรียมใส่บาตร 12 องค์  ใส่ตรงกับวันเกิดของตน  เช่น เกิดวันจันทร์ก็ใส่วันนั้น  ก่อนจะใส่บาตรให้อธิฐาน (จบของ)  ก่อนว่า “ข้าแต่พระพุทธ  พระธรรม พระสงฆ์  จงเป็นพยานให้กับข้าฯ ด้วยเถิดว่าบัดนี้ ข้าฯ ได้หมด เคราะห์แล้ว”  เสร็จแล้วจึงใส่บาตร จากนั้นให้กรวดน้ำ ว่า นะโม 3 จบก่อน “ข้าพเจ้า ขออุทิศส่วนกุศล ผลบุญที่ได้ทำในครั้งนี้วันนี้ให้แก่  พระคุณบิดา - มารดา  คุณครูบา อาจารย์ เจ้ากรรม - นายเวร - เจ้าที่ - เจ้าทาง - เจ้าบ้าน - เจ้าเรือน - เจ้าท่า -เจ้าทุ่ง - เจ้าป่า - เจ้าเขา - เจ้ากรุงพาลี - แม่พระธรณี - แม่พระคงคา  วิญญาณ พเนจรทั้งหลาย เปรตทั้งหลาย  ขอให้มารับส่วนบุญกุศลในครั้งนี้ด้วยเทอญฯ”

 

                เสร็จแล้วเอาน้ำที่กรวดแล้วไปรินที่ต้นไม้  รินไปพูดไปว่า “แม่นางไม้-แม่ธรณี จงเป็นพะยานให้กับข้าด้วยว่า วันนี้ข้าได้หมดเคราะห์แล้ว”

 

จบพิธี

 

ปล. หลังจากเสร็จพิธีแล้ว รุ่งขึ้นควรตักบาตรอย่างน้อย 1 องค์ แผ่ให้กับหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ซึ่งเป็นเจ้าของตำรานี้